บริการซ่อมแซมและปรับปรุงระบบ

Repair & Retrofit

ระบบมีปัญหา? หรือระบบเก่าจนหาอะไหล่ไม่ได้?

ระบบแจ้งเตือนเพลิงไหม้ที่ทำงานผิดพลาด (เช่น ดังโดยไม่มีเหตุ) หรือระบบที่เก่าจนเสื่อมสภาพ อาจสร้างความเสี่ยงและภาระค่าใช้จ่ายที่มากกว่าที่คิด อย่าปล่อยให้ปัญหาเล็กน้อยกลายเป็นโศกนาฏกรรม
เราคือผู้เชี่ยวชาญในการ “แก้ปัญหา” และ “อัปเกรด” ระบบ Fire Alarm ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมเร่งด่วน หรือการวางแผนปรับปรุงทั้งระบบ (Retrofit)

1. บริการซ่อมแซมฉุกเฉิน (Emergency Repair Service)

ระบบแจ้งเตือนเพลิงไหม้คือระบบที่ต้องทำงาน 24/7 หากระบบของคุณเกิดปัญหา เรามีทีมบริการที่พร้อมเข้าแก้ไขอย่างรวดเร็ว

เราเชี่ยวชาญในการแก้ไขปัญหาเช่น:

  • False Alarm: สัญญาณเตือนดังหลอกโดยไม่มีเหตุเพลิงไหม้จริง
  • System Trouble: สัญญาณไฟ “Trouble” หรือ “Fault” แสดงค้างที่ตู้ควบคุม
  • Ground Fault: ปัญหาสัญญาณรบกวนในสาย หรือระบบกราวด์มีปัญหา
  • อุปกรณ์ไม่ทำงาน: อุปกรณ์บางจุด (Detector, Bell) ไม่ทำงานเมื่อทดสอบ
  • แบตเตอรี่เสื่อม: ระบบไม่สำรองไฟเมื่อเกิดไฟดับ
  • ระบบไม่แจ้งเตือน: เกิดเหตุแต่ระบบเงียบ หรือแจ้งเตือนไม่ครบวงจร

ทีมงานของเรามีประสบการณ์ในการวิเคราะห์และซ่อมแซมระบบหลากหลายยี่ห้อ สามารถตรวจหาจุดบกพร่องและทำให้ระบบกลับมาออนไลน์ได้โดยเร็วที่สุด

2. บริการปรับปรุงและอัปเกรดระบบ (System Retrofit & Upgrade)

เทคโนโลยี Fire Alarm พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ระบบเก่าที่ใช้งานมานาน 10-15 ปี อาจไม่เพียงพอต่อมาตรฐานความปลอดภัยในปัจจุบัน หรืออาจหาอะไหล่ทดแทนไม่ได้แล้ว

เมื่อไหร่ที่คุณควรพิจารณา Retrofit:

• ระบบเก่าและตกรุ่น: หาอะไหล่ทดแทนยาก หรือผู้ผลิตเลิกผลิตแล้ว
• ค่าบำรุงรักษาสูง: ระบบมีปัญหาจุกจิกบ่อยครั้ง และเสียค่าซ่อมแซมซ้ำซ้อน
• ไม่ผ่านมาตรฐาน: ระบบไม่เป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมายหรือมาตรฐานความปลอดภัยใหม่
• ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ: ต้องการเปลี่ยนจากระบบ Conventional (แจ้งเป็นโซน) เป็น Addressable (แจ้งเป็นจุด) เพื่อความแม่นยำที่สูงขึ้น
• มีการต่อเติมอาคาร: ต้องการขยายระบบให้ครอบคลุมพื้นที่ใหม่

กระบวนการ Retrofit ของเรา

เราเชี่ยวชาญในการวางแผน “เปลี่ยนผ่าน” ระบบเก่าไปสู่ระบบใหม่ โดยพยายามลดผลกระทบต่อการใช้งานอาคารให้มากที่สุด

  1. ประเมินระบบเดิม: วิเคราะห์อุปกรณ์และสายสัญญาณเดิมว่าสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) ได้หรือไม่ เพื่อช่วยคุณประหยัดงบประมาณ
  2. ออกแบบระบบใหม่: เสนอทางเลือกในการอัปเกรดที่เหมาะสมกับงบประมาณและเทคโนโลยีใหม่
  3. วางแผนติดตั้ง (Phased Implementation): สามารถวางแผนทยอยติดตั้งทีละชั้นหรือทีละโซน เพื่อให้อาคารยังคงใช้งานได้ปกติ
  4. ติดตั้งและทดสอบ: ดำเนินการติดตั้งระบบใหม่และรื้อถอนของเก่า พร้อมทดสอบระบบ 100% ก่อนส่งมอบ